เลิกเล่นโซเชียล 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาตัวเอง
ฟังหัวข้อแล้วดูช่างไม่เข้ากัน มันเกี่ยวอะไรกัน แน่นอน ถ้ามันไม่เกี่ยวผู้เขียนคงไม่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา (ฮา) บอกเลยว่านี่เป็นอีกวิธีที่ใช้ในการค้นหาตัวเองได้ เดี๋ยวจะพาทำด้วย

ไม่ว่าคุณจะกำลังค้นหาตัวเองอยู่ หรือแค่อยากลองอะไรใหม่ๆ นี่คือวิธีที่ทำได้จริง ดังนั้น ถ้าใครที่กำลังลองผิดลองถูกกับการค้นหาตัวเองอยู่ อยากให้ลองวิธีนี้ดูอีกสักหนึ่งวิธี ก็ไม่เสียหายนะครับ หรือใครที่รู้จักตัวเองแล้ว อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดูก็ได้นะครับ
แต่ตอนนี้มาดูกันก่อนว่าทำไมเลิกเล่นโซเชียลแล้วค้นหาตัวเองได้
1. เราเจอความเงียบที่หายไปนาน
เมื่อเราอยู่กับโซเชี่ยล สมองเราจะถูกกระตุ้นด้วยเสียงแจ้งเตือน ข่าวสาร โพสต์ คอมเมนต์ใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีตัวกระตุ้นเหล่านี้จะทำให้เราเหลือแค่ “เสียงในหัว” ของเราเอง และนี้จะเป็นช่วงเวลาที่จะได้ฟังตัวเองอย่างจริงจัง
2. เห็นชัดว่าจริงๆ เราสนใจอะไร
เมื่อเราไม่มีโซเชียล ก็ไม่มีสิ่งล่อใจ ข้อมูลใดๆ ที่ทำให้เราไขว้เขว แล้วเราก็จะไปหาสิ่งอื่นที่อยากทำ เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป ฟังเพลง เดินเล่น และนั่นแหละ การที่เราทำกิจกรรมที่เราเลือกโดยไม่มีใครมากำหนด อืาจเป็นสิ่งที่เราสนใจ หรือถนัดจริงๆ
3. เป็นการวัดระดับการพึ่งพาโซเชียล
บางคนอยู่ได้สบายๆ → แสดงว่าจิตใจมั่นคง
บางคนอยู่ไม่ได้เลย → สะท้อนว่าเราอาจ “พึ่งพา” โลกออนไลน์มากเกินไป
พอเข้าใจหลักการแล้วใช่มั้ย ทีนี้จะลองพาทำกันดู ไม่ยากไม่ง่าย ลองได้ทุกคน
วิธีลอง “ไม่ใช้โซเชียล 24 ชั่วโมง” แบบไม่พัง
ถึงตรง หลายคนยังอาจมีคำถามว่า
Q: เลิกเล่นโซเชียล 24 ชั่วโมงยากไหม?
A: ยากในช่วงแรก แต่ถ้าวางแผนกิจกรรมออฟไลน์ไว้ จะช่วยให้ผ่านได้ง่ายขึ้น
Q: ทำไมการเลิกเล่นโซเชียลถึงช่วยค้นหาตัวเองได้?
A: เพราะคุณจะเหลือเวลาและสมาธิไปกับสิ่งที่คุณเลือกเองจริงๆ โดยไม่มีแรงกดดันจากสังคมออนไลน์
Q: ควรทำบ่อยแค่ไหน?
A: เดือนละครั้งก็พอ เพื่อเช็กอินกับตัวเอง
งานวิจัยจาก University of Bath (2022) พบว่า คนที่พักจากโซเชียลมีเดียเพียง 1 สัปดาห์
มีระดับความสุขและคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20%
นี่เป็นหลักฐานชัดๆ ว่าการ “พักโซเชียล” นอกจากจะค้นหาตัวเองได้แล้ว ยังมีประโยชน์ทางอื่นด้วย
ถือว่าเป็นการเช็กอินตัวเองไปในตัวว่าเราอยู่ในจุดไหน อย่างน้อยถ้ายังไม่เจอตัวเองก็อาจทำให้รู้ว่าเราอยู่กับมือถือมากเกินไปรึเปล่า หรืออาจค้นพบอะไรดีๆ ที่ไม่ใช่การค้นพบตัวเองก็ได้ หวังว่าผู้อ่านจะได้เอาไปลองทำกันดู ส่วนผู้เขียนลองทำดูแล้ว บอกเลยว่าช่วงครึ่งวันแรกนี่ยากมากๆ พอผ่านไปสักครึ่งวันก็เริ่มชิน เริ่มมีความสุขกับสิ่งที่ทำมากขึ้น สุดท้ายก็ได้ค้นพบกับตัวเองว่า “การเขียนบทความนี่ก็สนุกดีเหมือนกันนะ”